31792-1006 อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการผลิตพืช 2-0-2
Occupational Health and Safety in Plant Production
อ้างอิงมาตรฐานอาชีพ
-
ผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร
PLO 1.1 มีความซื่อสัตย์ และอดทนต่องานที่เกี่ยวข้องกับงานผลิตพืช
PLO 1.2 ตระหนักและเห็นคุณค่าของหลักการความปลอดภัย การรักษาสภาพแวดล้อม การใช้ พลังงานอย่างประหยัด และหลักความคุ้มค่า
PLO 1.3 มีจิตสาธารณะต่องานอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพืช
PLO 2.2 อธิบายแนวคิด หลักการ และกระบวนการสรีรวิทยา การจัดการธาตุอาหาร กระบวนการ ปรับปรุงพันธุ์พืช การขยายพันธุ์พืช การผลิตพืชสมัยใหม่ การเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของผลผลิต ด้วยเทคโนโลยีและกฎหมายข้อบังคับมาตรฐานสินค้าทางการเกษตรและอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
PLO 3.2 ปฏิบัติงานด้านการผลิตพืชโดยใช้การคำนวณ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี หลักการผลิตพืช และ
อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
PLO 4.3 มีความรับผิดชอบต่องานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพืช
ผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับรายวิชา
ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับความปลอดภัย การควบคุม การป้องกันอันตรายและผลกระทบจากการปฏิบัติงานการผลิตพืช เพื่อแก้ปัญหาการผลิตพืช
จุดประสงค์รายวิชา เพื่อให้
1. อธิบายแนวคิด หลักการ และกระบวนการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการผลิตพืช
2. วิเคราะห์อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการผลิตพืช เพื่อแก้ปัญหาการผลิตพืช
3. ซื่อสัตย์ อดทน ตระหนัก เห็นคุณค่าและรับผิดชอบต่องานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการผลิตพืช ด้วยจิตสาธารณะ
4. ประยุกต์ใช้หลักการ และกระบวนการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการผลิตพืชในงาน อาชีพด้านการผลิตพืช
สมรรถนะรายวิชา
1. อธิบายเกี่ยวกับ หลักการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการผลิตพืช ระเบียบ ปฏิบัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2. อธิบายเกี่ยวกับระบบมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องกับอาชีวอนามัย ความปลอดภัยในพืชและสิ่งแวดล้อม 3. อธิบายเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับความปลอดภัย การควบคุม การป้องกันอันตรายและ ผลกระทบจากการปฏิบัติงานการผลิตพืช
4. ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงานการผลิตพืช
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาเกี่ยวกับหลักการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการผลิตพืช ระเบียบปฏิบัติ และกฎหมาย อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการผลิตพืช ระบบมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องกับ อาชีวอนามัย ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับความปลอดภัย การควบคุม การ ป้องกันอันตรายและผลกระทบจากการปฏิบัติงานการผลิตพืช
เกณฑ์การวัดผลประเมินผล การเรียนของนักศึกษา
1. จิตพิสัย คุณธรรม จริยธรรม 20 คะแนน
2. การประเมินผลระหว่างเรียน 60 คะแนน
3. การประเมินผลปลายภาคเรียน 20 คะแนน
รวม 100 คะแนน
เกณฑ์การตัดเกรด ใช้แบบอิงเกณฑ์ดังนี้
1. ระดับคะแนน ต่ำกว่า 50 คะแนน เท่ากับเกรด 0
2. ระดับคะแนน 50 – 54 คะแนน เท่ากับเกรด 1.0
3. ระดับคะแนน 55 – 59 คะแนน เท่ากับเกรด 1.5
4. ระดับคะแนน 60 – 64 คะแนน เท่ากับเกรด 2.0
5. ระดับคะแนน 65 – 69 คะแนน เท่ากับเกรด 2.5
6. ระดับคะแนน 70 – 74 คะแนน เท่ากับเกรด 3.0
7. ระดับคะแนน 75 – 79 คะแนน เท่ากับเกรด 3.5
8. ระดับคะแนน 80 – 100 คะแนน เท่ากับเกรด 4.0
ตารางวิเคราะห์หน่วยการเรียนรู้
ตารางวิเคราะห์พฤติกรรมการเรียนรู้
รหัสวิชา 31792-1006 ชื่อวิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการผลิตพืช
ทฤษฎี 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ ปฏิบัติ 0 ชั่วโมง/สัปดาห์ จำนวน 2 หน่วยกิต
(Fundamental of Occupational Health and Safety in Crop Production)
การผลิตพืชในยุคปัจจุบันมิใช่เพียงแค่การปลูกและเก็บเกี่ยวตามวิถีชาวบ้าน แต่เป็นกระบวนการทางอุตสาหกรรมเกษตร (Agro-industry) ที่มีการนำเทคโนโลยี เครื่องจักรกล และสารเคมีสังเคราะห์มาใช้ในปริมาณมาก ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมการทำงานที่เสี่ยงต่ออันตราย การทำความเข้าใจนิยามและขอบข่ายอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการจึงเป็นรากฐานสำคัญ
อาชีวอนามัย (Occupational Health): หมายถึง ศาสตร์และการปฏิบัติในการส่งเสริมและดำรงรักษาไว้ซึ่งความสมบูรณ์ที่สุดของสุขภาพร่างกาย จิตใจ และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ประกอบอาชีพในทุกประเภทงาน การป้องกันไม่ให้ผู้ทำงานมีสุขภาพอนามัยเสื่อมโทรมหรือผิดปกติอันเนื่องมาจากสภาพการทำงาน และการปกป้องผู้ทำงานไม่ให้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีสิ่งคุกคามที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ (เน้นการจัดการ "โรคและอาการเจ็บป่วย" ที่เกิดจากการทำงาน ซึ่งมักใช้เวลาสะสม)
ความปลอดภัยในการทำงาน (Occupational Safety): หมายถึง สภาพการทำงานที่ปราศจากภัยคุกคามอันจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ หรือความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ปฏิบัติงานในขณะทำงาน (เน้นการจัดการ "อุบัติเหตุเฉียบพลัน" เช่น เครื่องจักรหนีบ ตกจากที่สูง)
บริบทเฉพาะของภาคการผลิตพืช: ภาคเกษตรกรรมมีความแตกต่างจากภาคอุตสาหกรรมโรงงานอย่างสิ้นเชิง เนื่องจาก:
สถานที่ทำงานไม่คงที่และควบคุมได้ยาก: สภาพแวดล้อมแปรผันตามภูมิอากาศ (แดด ฝน ลม)
คาบเกี่ยวระหว่างที่ทำงานและที่อยู่อาศัย: เกษตรกรมักอาศัยอยู่ในหรือใกล้เคียงกับแปลงเพาะปลูก ทำให้สมาชิกในครอบครัว (เด็กและผู้สูงอายุ) มีความเสี่ยงที่จะได้รับสิ่งคุกคามไปด้วย
การจ้างงานแบบชั่วคราวและแรงงานข้ามชาติ: ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย
สิ่งคุกคาม (Hazards) คือ ปัจจัยหรือสภาพการณ์ใดๆ ที่มีศักยภาพในการก่อให้เกิดความเสียหาย บาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยแก่ผู้ปฏิบัติงาน ในการผลิตพืชสามารถจำแนกสิ่งคุกคามออกเป็น 5 ด้านหลักตามหลักอาชีวอนามัย ดังนี้
2.1 สิ่งคุกคามทางเคมี (Chemical Hazards)
เป็นสิ่งคุกคามที่สำคัญและส่งผลกระทบในวงกว้างที่สุดในภาคการผลิตพืช ประกอบด้วยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Pesticides) ปุ๋ยเคมี และสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช
ช่องทางการเข้าสู่ร่างกาย (Exposure Routes):
การซึมผ่านทางผิวหนัง (Dermal Absorption): เป็นช่องทางที่พบบ่อยที่สุด (>90% ของกรณีสารเคมีทางการเกษตร) เกิดจากการปนเปื้อนบนเสื้อผ้า การจัดเก็บ หรือการกระเด็นขณะผสมสาร
การสูดดม (Inhalation): เกิดจากการหายใจเอาละอองฝอย (Mist) ไอระเหย (Vapor) หรือฝุ่นผงของสารเคมีเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ระหว่างการพ่นสารเคมีใต้ลมหรือในโรงเรือนปิด
การกินเข้าทางปาก (Ingestion): เกิดจากพฤติกรรมสุขอนามัยที่ไม่เหมาะสม เช่น การหยิบจับอาหารหรือสูบบุหรี่โดยไม่ได้ล้างมือหลังสัมผัสสารเคมี หรือการใช้ปากเป่าหัวฉีดที่อุดตัน
ความเป็นพิษ (Toxicity):
ความเป็นพิษเฉียบพลัน (Acute Toxicity): แสดงอาการทันทีหรือภายใน 24 ชั่วโมง หลังได้รับสาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ม่านตากรี่ น้ำลายไหลยืด กล้ามเนื้อสั่นกระตุก และอาจหัวใจล้มเหลว (มักพบในกลุ่มสารออร์กาโนฟอสเฟต และคาร์บาเมต)
ความเป็นพิษเรื้อรัง (Chronic Toxicity): เกิดจากการสะสมสารเคมีทีละน้อยเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดการก่อกลายพันธุ์ (Mutagenicity) การเป็นสารก่อมะเร็ง (Carcinogenicity) พิษต่อระบบประสาทส่วนกลาง และความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์
2.2 สิ่งคุกคามทางกายภาพ (Physical Hazards)
ปัจจัยทางพลังงานในสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์
รังสีความร้อน (Heat Stress): การทำงานกลางแจ้งท่ามกลางอุณหภูมิและฮิวมิดิตี้ (ความชื้นสัมพัทธ์) สูง ทำให้ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน ส่งผลให้เกิดอาการเพลียแดด (Heat Exhaustion) และพัฒนาไปสู่ โรคลมแดด (Heat Stroke) ซึ่งอันตรายถึงชีวิตเนื่องจากอุณหภูมิแกนกลางร่างกาย (Core Body Temperature) สูงเกิน $40^\circ\text{C}$
รังสีอัลตราไวโอเลต (UV Radiation): จากแสงแดด ก่อให้เกิดผิวหนังไหม้ (Sunburn) ต้อกระจก (Cataracts) และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง (Skin Cancer)
เสียงดัง (Noise): จากการเดินเครื่องยนต์รถแทรกเตอร์ เครื่องพ่นยาแบบสะพายหลัง หรือเครื่องเกี่ยวนวดข้าว หากได้รับเสียงดังเกิน $85 \text{ dB(A)}$ ต่อเนื่องวันละ 8 ชั่วโมง จะก่อให้เกิดโรคหูตึงเสื่อมจากเสียง (Noise-Induced Hearing Loss: NIHL)
ความสั่นสะเทือน (Vibration):
ความสั่นสะเทือนทั้งร่างกาย (Whole-Body Vibration): จากการขับรถแทรกเตอร์เป็นเวลานาน ส่งผลต่อกระดูกสันหลังและปวดหลังส่วนล่าง
ความสั่นสะเทือนเฉพาะมือและแขน (Hand-Arm Vibration): จากการใช้เครื่องตัดหญ้า หรือเลื่อยยนต์ ทำให้เกิดโรคปนิ้วซีด (Raynaud's Phenomenon หรือ Vibration White Finger) จากการขาดเลือดไปเลี้ยงที่ปลายนิ้ว
2.3 สิ่งคุกคามทางชีวภาพ (Biological Hazards)
สิ่งมีชีวิตหรือสิ่งหลุดรอดจากสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในแปลงเพาะปลูกและโรงเก็บผลผลิต
เชื้อราและสปอร์ (Molds and Spores): พบมากในวัสดุเพาะชำ โรงเพาะเห็ด และโกดังเก็บเมล็ดพันธุ์ การสูดดมสปอร์ของเชื้อรา (เช่น Aspergillus spp.) นำไปสู่โรคปอดอักเสบภูมิแพ้ (Hypersensitivity Pneumonitis) หรือที่รู้จักในนาม "ปอดเกษตรกร" (Farmer's Lung)
แบคทีเรียและไวรัส: เช่น เชื้อ Leptospira spp. ที่ปนเปื้อนในน้ำขังในนาข้าวหรือแปลงผัก ก่อให้เกิด โรคฉี่หนู (Leptospirosis) เข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลหรือเยื่อบุตา
สัตว์มีพิษและพาหะนำโรค: งูพิษ แมลงป่อง ตะขาบ ที่อาศัยอยู่ใต้ร่มใบพืช รวมถึงยุงพาหะโรคไข้เลือดออกและไข้มาลาเรีย
2.4 สิ่งคุกคามทางกายศาสตร์ (Ergonomic Hazards)
ความไม่สอดคล้องกันระหว่างสรีระวิทยาของมนุษย์กับลักษณะงานและเครื่องมือที่ใช้
ท่าทางการทำงานที่ฝืนธรรมชาติ (Awkward Postures): การก้มตัวปลูกข้าวหรือเก็บเกี่ยวผักเป็นเวลานาน การเอื้อมมือขึ้นสูงเพื่อตัดแต่งกิ่งไม้ผล
การออกแรงมากเกินไป (Overexertion): การยกกระสอบปุ๋ย คลังสารเคมี หรือตะกร้าบรรจุผลผลิตที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน (กฎหมายไทยกำหนดให้นายจ้างให้ลูกจ้างเพศชายยกได้ไม่เกิน 55 กก. และเพศหญิงไม่เกิน 25 กก.)
การทำงานซ้ำซาก (Repetitive Motion): การใช้นิ้วมือและข้อมือเด็ดพริก หรือตัดขั้วผลไม้ซ้ำๆ วันละหลายพันครั้ง ก่อให้เกิดกลุ่มอาการประสาทส่วนปลายถูกกดทับที่ข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) และโรคระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อ (Work-related Musculoskeletal Disorders: WMSDs)
2.5 สิ่งคุกคามทางจิตสังคม (Psychosocial Hazards)
ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมการทำงานและสังคมที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจ
ความเครียดและกดดัน: ความผันผวนของราคาสินค้าเกษตร ภาวะภัยแล้งหรือน้ำท่วมที่ทำลายผลผลิต ภาระหนี้สินจากการลงทุนซื้อปัจจัยการผลิต
การทำงานโดดเดี่ยว: เกษตรกรรายย่อยมักทำงานในแปลงเพียงลำพังเป็นเวลานาน ขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล
จากการรายงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า ภาคเกษตรกรรมจัดเป็น 1 ใน 3 ของอาชีพที่มีอันตรายสูงที่สุด (ร่วมกับภาคการก่อสร้างและภาคการเหมืองแร่)
อุบัติการณ์ระดับสากล: ในแต่ละปีมีผู้ใช้แรงงานภาคเกษตรกรรมเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในการทำงานไม่น้อยกว่า 170,000 คนทั่วโลก และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับพิษจากสารเคมีเฉียบพลันนับล้านคน
ข้อมูลระบาดวิทยาทางอาชีวอนามัยในประเทศไทย:
อัตราการเจ็บป่วยที่สูงสุดในแรงงานเกษตรกรไทย คือ โรคระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อ (WMSDs) โดยมีอาการปวดหลังส่วนล่าง (Low back pain) ปวดบ่า และหัวเข่าเป็นอันดับต้นๆ
ข้อมูลจากการตรวจคัดกรองความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (โดยการตรวจระดับเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสในเลือด - Cholinesterase) มักพบว่ามีเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงและไม่ปลอดภัยเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 15-30 ในพื้นที่เกษตรกรรมเข้มข้น
อุบัติเหตุรุนแรงมักเกิดจาก เครื่องจักรกลเกษตรพลิกคว่ำ (โดยเฉพาะรถแทรกเตอร์ที่ไม่มีโครงกันคว่ำ ROPS) และการถูกเพลาหมุนกำลัง (Power Take-Off: PTO) ของรถไถเดินตามเกี่ยวเสื้อผ้าและดึงร่างกายเข้าไปบดขยี้
ให้นักศึกษาทำแบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน ทุกหน่วยการเรียนรู้
รายวิชา : อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการผลิตพืช Occupational Health and Safety in Plant Production
การปฏิบัติงานด้านการผลิตพืชจำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม โดยต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ อันตรายจากสารเคมี เครื่องจักร และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ในงานเกษตร รวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและเหมาะสม
เมื่อเรียนจบหน่วยนี้ ผู้เรียนสามารถ
1. อธิบายความหมายของกฎหมายและระเบียบด้านความปลอดภัยในการผลิตพืชได้
2. บอกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัยทางการเกษตรได้
3. ปฏิบัติตามระเบียบด้านความปลอดภัยในการทำงานผลิตพืชได้อย่างถูกต้อง
4. ตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการปฏิบัติงานด้านการเกษตร
การผลิตพืชเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเคมี เครื่องจักร เครื่องมือ และการทำงานกลางแจ้ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้ หากขาดความรู้และการป้องกันที่เหมาะสม ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีกฎหมายและระเบียบด้านความปลอดภัยเพื่อควบคุมการปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด
กฎหมายด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มีวัตถุประสงค์เพื่อ
ป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงาน
ลดความเสี่ยงจากสารเคมีทางการเกษตร
คุ้มครองสุขภาพของเกษตรกร
ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ส่งเสริมการทำงานอย่างปลอดภัย
ผู้ปฏิบัติงานด้านการผลิตพืชจึงควรศึกษากฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการผลิตพืชมีหลายฉบับ โดยมุ่งเน้นการคุ้มครองผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อม
กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้สถานประกอบการและผู้ปฏิบัติงานต้องดำเนินงานตามมาตรฐานความปลอดภัย เช่น
จัดสถานที่ทำงานให้ปลอดภัย
จัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
ป้องกันอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน
เป็นกฎหมายที่ควบคุมการใช้ การเก็บรักษา และการขนส่งสารเคมีทางการเกษตร เพื่อป้องกันอันตรายต่อคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม
เป็นกฎหมายที่กำหนดสิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง รวมถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงาน
สารเคมีทางการเกษตร เช่น ยาฆ่าแมลง ยาปราบวัชพืช และปุ๋ยเคมี อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพหากใช้อย่างไม่ถูกต้อง
ควรศึกษาวิธีใช้ อัตราการใช้ และข้อควรระวังทุกครั้ง
เช่น
หน้ากากป้องกันสารเคมี
ถุงมือยาง
รองเท้าบูท
แว่นตานิรภัย
ห้ามใช้มือเปล่าผสมสารเคมี หรือสูดดมสารเคมีโดยตรง
หลังฉีดพ่นสารเคมีควรอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และล้างมือให้สะอาด
เครื่องมือและเครื่องจักรทางการเกษตร เช่น เครื่องตัดหญ้า รถไถ และเครื่องพ่นสารเคมี หากใช้งานไม่ถูกต้องอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้
ตรวจสอบสายไฟ ใบมีด น้ำมัน และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อมใช้งาน
ไม่ดัดแปลงเครื่องจักรหรือใช้งานผิดประเภท
ต้องปิดเครื่องทุกครั้งก่อนซ่อมแซมหรือทำความสะอาด
หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าหลวม รองเท้าแตะ หรือสิ่งที่อาจเข้าไปพันกับเครื่องจักร
ลดอุบัติเหตุในการทำงาน
ยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักร
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย
PPE หรือ Personal Protective Equipment คือ อุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำงาน
อุปกรณ์ ประโยชน์
หน้ากากป้องกันสารเคมี ป้องกันการสูดดมสารพิษ
ถุงมือยาง ป้องกันสารเคมีสัมผัสผิวหนัง
รองเท้าบูท ป้องกันการลื่นและสารเคมี
แว่นตานิรภัย ป้องกันสารเคมีเข้าตา
ชุดป้องกันสารเคมี ลดการสัมผัสสารพิษ
เลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสมกับงาน
ตรวจสอบสภาพก่อนใช้งาน
ทำความสะอาดหลังใช้งาน
จัดเก็บในที่สะอาดและปลอดภัย
การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบด้านความปลอดภัยในการผลิตพืช ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและสารพิษ ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมีสุขภาพที่ดี และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ให้นักศึกษาทำแบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน ทุกหน่วยการเรียนรู้